TOKYO BOMB

Vol.3

 

 

การทำนายอนาคตผ่านการดูดวงนั้นอาจจะเป็นเพียงภาพลวงตา

Tokyo Bomb เป็นบทความพิเศษในลุคบุ๊คของ VANQUISH ที่นำเสนอการสัมภาษณ์ระหว่าง คุณเรียว อิชิคาว่า (กรรมการผู้จัดการของVANQUISH) และแขกผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาที่เหมือนไม่ได้
ในบทความครั้งที่3นี้ คุณเรียวได้พบกับหมอดูไพ่ยิปซีที่มีประสบการณ์ 20ปี และยังเป็นนักแต่งคอสเพลย์มายาวนานถึง 15ปีอีกด้วย เธอคือคุณนากิสะ
เธอได้จดทะเบียนกับเอเจนซี่ในแวดวงบันเทิง เมื่อไหรที่คุณนากิสะ ไปงานอีเวนท์ Comic Market หรืองาน Comiket เธอสวยขนาดที่พวกตากล้องหนุ่มๆที่มีสายตาเฉียบคมเรื่องสาวงามจะกรูกันเข้ามาถ่ายรูปเธอ
คุณคงจะคิดว่าไม่มีอะไรที่สามารถเชื่อมโยงคุณเรียว อิชิคาว่าผู้สร้างแบรนด์แฟชั่นเข้ากับนักแต่งคอสเพลย์อ่านไพ่ยิปซีอย่างคุณนากิสะ ได้เลย แต่กลับกลายเป็นว่าทั้ง2คนเชื่อในการปลดปล่อยตัวเองให้หลุดพ้นจากบรรทัดฐานและการตั้งสมมติฐานกันทั้งคู่

 

 

Predictingthe future through fortune telling could just be an illusion…

TOKYO BOMB isa special feature in VANQUISH lookbook, that covers interviews between RyoIshikawa (VANQUISH Director) and unique guests. In this third installment, Ryomeets with cosplay tarot card reader Nagisa, who boasts 15 years of cosplay and20 years of tarot reading experience. Currently registered with a talentagency, whenever she attends a Comiket,a comic market, in costume the discerning camerakozo, or cameko, quickly gatherin numbers to take her photo. That’s how beautiful she is.
You wouldthink there would be nothing to connect fashion brand launcher Ryo Ishikawa andcosplay tarot reader Nagisa, but it turns out they both strongly believe infreeing themselves from norms and assumptions.

 

 

“มันยากมากที่จะตัดสินว่าการทำนายอนาคตนั้นทำให้คนมีความสุขหรือไม่ – นากิสะ ”
It’sdifficult to say whether fortune telling makes people happy or not – Nagisa

 


©Crypton Future Media, INC. www.piapro.net

― ผมคิดว่ามีหลายๆคนสนใจเกี่ยวกับการทำงานหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน เช่นเป็นนักแต่งคอสเพลย์และนักทำนายไพ่ ซึ่งจำเป็นต้องมีบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป แต่คุณนากิสะ สามารถทำได้แปลว่าคอสเพลย์และไพ่ยิปซีนั้นมีอะไรที่เกี่ยวโยงกันหรือ?
นากิสะ :ใช่แล้วค่ะ
― ตอนแรกดูแล้วคุณไม่น่าจะมีอะไรเชื่อมโยงกับ VANQUISH เลย แต่ก็สมกับที่เป็น VANQUISH ที่เชิญคุณมาเป็นแขกในการสัมภาษณ์ครั้งนี้
เรียว:มันเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย และมันเป็นเรื่องไร้สาระที่จะตัดสินว่าคนที่อยู่ในวงการแฟชั่นเท่านั้นถึงจะสามารถมีส่วนร่วมในแบรนด์แฟชั่น ผมคิดว่าความคิดแบบที่ตัดสินไปก่อนว่านี่เป็นเรื่องธรรมดานั่นแหละที่กำลังทำให้โลกนี้มันแย่ลง
นากิสะ :ฉันเข้าใจที่คุณพูดมาค่ะ มันไม่ได้มีกฎระเบียบว่าคุณต้องทำอะไรในการแต่งคอสเพลย์หรือทำนายไพ่ ฉันเลยคิดว่างั้นฉันก็จะเอาความสามารถทั้ง2อย่างของฉันมารวมกันตอนที่เข้าเอเจนซี่แวดวงบันเทิง และกลายมาเป็นนักทำนายไพ่แต่งคอสเพลย์

 

 

―: I think a lot of peopleare interested in how to do several kinds of work at the same time, likecosplay and tarot reading, that call for different personalities, but in yourcase Nagisa you’re actually doingcosplay and tarot reading simultaneously, so they must be connected in some way…
Nagisa: That’s right.
―: At first glance it mightseem you have no connection with VANQUISH either, but it’s just like VANQUISH to invite you to take part in this interview
Ryo: It’s great to learn about things you know nothing about and it’s just nonsense to say that only people in fashion should beassociated with fashion brands. I think that kind of set thinking is makingthings worse in the world.
Nagisa: I can completelyget that. There aren’t any rules to say youhave to do this or that in cosplay or fortune telling. So I figured as I wasjoining a talent agency as Nagisa I could combine my two skills, and that’s how I came up with being a cosplay tarot reader.

 

 

― ผมอยากจะทราบความเห็นของคุณนากิสะ เกี่ยวกับการทำนายดวงชะตา คุณคิดว่าอะไรสำคัญกว่ากันระหว่างการรับฟังคำถาม และเรื่องราวปัญหาของลูกค้า หรือ การสื่อสารผลการอ่านไพ่ของคุณ?
นากิสะ :ฉันคิดว่าการฟังนะคะ
เรียว: ทำไมล่ะครับ?
นากิสะ :นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าต้องการถามอะไร แต่ฉันคิดว่ามันแปลกถ้าจู่ๆจะไปบอกเค้าเลยว่าอนาคตเค้าเป็นยังไงตามไพ่ที่เปิดมา คุณอาจจะคิดว่านี่เป็นเรื่องผิดปกติ แต่ฉันไม่เชื่อว่าการพยากรณ์นั้นเกี่ยวกับการทำนายอนาคต แน่นอนว่าฉันห่วงเรื่องการสื่อสารและอ่านไพ่ให้ถูกต้อง แต่ฉันเห็นว่านั่นเป็นแค่โบนัสแถมที่ได้มา เวลาฉันทำนายไพ่ฉันจะให้ความสำคัญกับเหตุผลของลูกค้าว่าทำไมเค้าถึงมาให้ฉันทำนายมากที่สุด
เรียว: อ๋อ
นากิสะ :พวกเค้าอยากรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกเค้าในอนาคต แต่ที่พวกเค้ามาหาฉันเพราะอยากให้ฉันรับฟังปัญหาที่เค้าประสบอยู่มากกว่า
เรียว:จริงเหรอ?
นากิสะ :จริงค่ะ เพราะฉะนั้นฉันถึงคิดว่ามันสำคัญที่จะให้พวกเค้าได้ปลดปล่อยทุกอย่างออกมาและฉันก็ตอบรับเค้า

 

 

―: I’d like to ask you about your views on fortune telling. Which is moreimportant for you, listening to the questions and troubles of your clients or communicatingwhat you’ve read in their fortune?
Nagisa: I thinklistening.
Ryo: Why’s that?
Nagisa: Well, it dependson what clients want to ask about, but it’s strange to just tell them what’s in the cards for their future… You might think it’s unusual but I don’t believe fortunetelling is about predicting the future. Of course I’m concerned with communicating it and giving an accurate reading, butI see that as an added bonus. When I’m giving them a reading,the most important point for me is why have they come for a reading?
Ryo: Uhuh
Nagisa: They want toknow what will happen to them in the future, but more than that, those who cometo me want me to hear the troubles they have now.
Ryo: Really?
Nagisa: Yeah, so I thinkit’s important to get them to let everything out and respond to that.

 

 

―  ช่วงนี้ลูกค้ามาให้ดูดวงเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้างครับ?
นากิสะ :ช่วงต้นปีลูกค้ามาดูว่าปีนี้จะเป็นปีแบบไหนสำหรับพวกเค้า เอ่อ ถ้าคุณเรียวต้องการฉันจะทำนายให้นะคะ
เรียว: เอ๊ะ? เอาจริงหรอครับ? ได้เหรอครับ?
นากิสะ :แน่นอนค่ะ! (หัวเราะ) ไม่ทราบว่าอยากให้ฉันดูเรื่องอะไรให้คะ?
เรียว: ขอผมคิดสักครู่นะครับ เอ่อ จะถามว่าอะไรดีเนี่ย? ความจริงผมไม่ได้มีปัญหาไรเลย (หัวเราะ)
นากิสะ :หา?!
เรียว:แต่ผมไม่ควรปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป งั้นคุณช่วยทำนายให้หน่อยได้ไหมครับว่าปีนี้ด้านการงานผมจะเป็นยังไง?
นากิสะ :แน่นอนค่ะ ฉันได้ข่าวว่าLookbookที่การสัมภาษณ์นี่จะตีพิมพ์เดือนมีนาคมนี้ งั้นฉันจะทำนายตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงสิงหาคมปีนี้นะคะ

 

 



©Crypton Future Media, INC. www.piapro.net

―: What are people coming tosee you about recently?
Nagisa: At the start ofthe year people want to know what kind of year it will be for them… Er, ifyou like, Ryo, I can read something for you?
Ryo: Eh? Seriously? Isthat OK?
Nagisa: Yes!(Ha, ha!) So what would you like me to read?
Ryo: Let me think, er,what should I ask about? I don’t actually have anyproblems (Ha, ha!)
Nagisa: What?!
Ryo: But I shouldn’t miss this kinda chance, so can you tell me about how my work willgo this year?
Nagisa: Sure. I heardthat the lookbook with this interview will go out in March, so I’ll read your work fortune for March to August.

 

 

(คุณนากิสะ กรีดไพ่ออกมาคว่ำเป็นครึ่งวงกลม เลือกไพ่ออกมา6ใบอย่างระมัดระวัง และค่อยๆเปิดออกทีละใบ)
นากิสะ :ออกมาแล้วค่ะ
เรียว:…….อืมมมม
นากิสะ :ว้าว นี่มันดีมากเลยค่ะ ดีมากๆค่ะ! มันดีจนน่ากลัวเลยค่ะ!
เรียว:ผลออกมาว่ายังไงเหรอครับ?
นากิสะ :คือไพ่ยิปซีนั้นมีทั้งหมด78ใบ 22ใบเป็นไพ่อาร์คานาหลัก และอีก56ใบเป็นไพ่อาร์คานาเสริม ไพ่5ใบจากที่เลือกมาทั้งหมด6ใบเป็นไพ่อาร์คานาหลักทั้งนั้นเลยค่ะ! มันดีมากจริงๆ ไพ่นี้ที่เป็นอัศวินกล้าหาญขี่ม้าขาวแกว่งดาบอยู่ใบนี้คือ “Knight of Swords” บ่งบอกว่าเดือนมีนาคมคือเดือนที่ควรจะลงมือค่ะ
เรียว:ครับๆ
นากิสะ :การลงมือเดือนมีนาคมนี้จะผลักดันพลังไปยังเดือนเมษาและยาวไปจนถึงพฤษภาด้วย มันจะเป็นช่วงเวลาที่ดีมากของคุณ (หัวเราะ)
เรียว:โอ้โห ผมดีใจมากที่ได้ยินแบบนั้นนะครับเนี่ย นี่ อย่าลืมเขียนไปด้วยหละว่าไม่ใช่การเตี๊ยมกันมา!

 

 

(Nagisa spreads thecards out face-down on the table, then carefully selects 6 and turns each oneover at a time)

Nagisa: Here we are.
Ryo: …….um
Nagisa: Wow, this isgreat…… Really great! It’s so good it’s scary!
Ryo: What do they say?
Nagisa: Well, there are78 cards in tarot, 22 are known as the major arcana, and 56 are minor arcanacards. The 6 cards selected here, 5 of them are major arcana! It’s a really good spread. This card, the valiant knight waving a swordand riding a white horse, is the Knight of Swords, indicating March is the timeto attack.
Ryo: Uhuh
Nagisa: That attack willdrive you forward through April and May. It’ll be a good time for you (ha, ha!).
Ryo: Wow, I’m happy to hear that! Hey, make sure to write that this isn’t made up!

 

 

―  ได้ครับ (หัวเราะ) งั้นคุณนากิสะ ครับ คำถามสุดท้ายสำหรับเรื่องการทำนายอนาคตนะครับ คุณคิดว่ามันทำให้คนมีความสุขไหมครับ?
นากิสะ :ทำให้คนมีความสุขไหมเหรอคะ? นั่นเป็นคำถามที่ยากนะคะ แต่ฉันหวังไว้เสมอค่ะว่าผู้คนที่มาให้ฉันดูดวงนั้นจะกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม พวกเค้าจะพูดถึงปัญหาต่างๆของเค้าและฉันคิดว่าการรับฟังของฉันช่วยให้พวกเค้ารู้สึกผ่อนคลายขึ้นค่ะ ฉันเป็นนักแต่งคอสเพลย์ทำนายไพ่คนเดียวในโลกและมีนักทำนายน้อยคนที่จะรู้เรื่องโอตาคุ เพราะงั้นถ้าหากพวกลูกค้าโอตาคุอยากให้ทำนายให้แต่กังวลที่จะมาหา ฉันหวังว่าว่าฉันจะช่วยได้ค่ะ
― ผมเดาว่าคุณคงเริ่มแต่งคอสเพลย์และทำนายไพ่เพราะความสนใจส่วนตัว งั้นคุณก็เปลี่ยนสิ่งที่คุณชอบมาเป็นงานสินะครับ?
นากิสะ :ถูกต้องแล้วค่ะ มีไม่กี่คนที่จะได้ทำอะไรที่ตัวเองชอบเป็นงาน ฉันจึงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากค่ะ
เรียว:การที่คุณทำแบบนั้นได้ คุณต้องเป็นคนที่กระโดดเข้าไปทำด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์ หรือไม่คุณก็ต้องกล้าหาญมาก จริงสิ ผมได้ยินมาว่านากิสะจังชอบเล่นเกมมากด้วยเหรอ?
นากิสะ :ใช่แล้วค่ะ
เรียว:ผมมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องนั้นครับ ผมรู้สึกว่ามันน่าพิศวงมากว่าทำไมผู้คนถึงไปเกมเซ็นเตอร์กัน มีอุปกรณ์เกมเครื่องเกมมากมายที่เล่นในบ้านได้ แถมยังมีอินเตอร์เน็ทอีก เพราะงั้นทำไมต้องไปเกมเซ็นเตอร์ด้วยหละครับ?
นากิสะ :อ๋อ

 

 

―: OK. (Ha, ha!) So, Nagisa, onelast question about fortune telling. Do you think it makes people happy?  
Nagisa: Makes peoplehappy? That’s a difficult question, but I always hope that people who come to mefor readings leave smiling. They talk about their problems and I think mylistening relaxes them. I’m the only cosplay tarotreader in the world, and there are very few fortune tellers who know aboutotaku, so if otaku who want to have their fortune read, but are nervous aboutgoing, I hope I can help.
―: I guess you started withcosplay and fortune telling as interests, so you’ve made what you like doing into your work?
Nagisa: Yeah, that’s right. There are only a few people who get to do what they like aswork, so I feel really lucky.
Ryo: To be able to dothat, you either have to be someone who’s thrown themselves into it in complete innocence or be extremelybrave. By the way, I heard you love games as well, Nagisa?
Nagisa: Yeah.
Ryo: I have a questionfor you about that. I often wonder why people go to game centers. There are lotsof home gaming equipment and now there’s the Internet, so whydo they still go to game centers?
Nagisa: Aah.

 

 

เรียว:ผมคิดว่าเรามีคำถามประเด็นเดียวกับเกมเซ็นเตอร์น่ะครับ เดี๋ยวนี้ถ้าคุณอยากจะซื้อเสื้อผ้ามันง่ายมากเลยที่จะเข้าไปซื้อออนไลน์ ถูกไหมครับ? ภายใต้สถานการณ์เหล่านั้น เราก็ยังจะนำเสนอดิจิตอลแกตเจท และเพิ่มความสำคัญของร้านเราอยู่ดี
นากิสะ :ฉันคิดว่ามี2เหตุผลว่าทำไมคนถึงเลือกที่จะไปเกมเซ็นเตอร์นะคะ เหตุผลแรกคือบรรยากาศที่จะสามารถรู้สึกรับรู้ได้จากสถานที่นั้นเท่านั้น คนที่ไปจะรู้สึกว่าคู่ต่อสู้ในเกมที่เล่นอยู่นั้นอยู่ใกล้ๆ รอบตัวพวกเค้าและสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเกมที่เล่น และสามารถรู้จักคู่ต่อสู้มากขึ้นหลังจากเล่นเสร็จแล้วด้วย
เรียว:ครับ
นากิสะ :เหตุผลที่2คือการโชว์ออฟ ถ้าคนๆนั้นมีฝีมือ เค้าก็อยากจะโชว์ให้คนอื่นเห็นใช่ไหมละคะ?
เรียว:อืมมม เข้าใจแล้วครับ พวกเค้าต้องการที่จะถูกรับรู้ ผมคิดว่าผมพึ่งจะได้เกร็ดความรู้ที่ดีมากเลย
นากิสะ : ทั้งๆที่คุณเรียวกำลังพยายามทำให้ทุกอย่างไฮเทค ทำไมคุณเรียวยังเก็บร้านจริงไว้อยู่คะ?
เรียว:เพราะว่ามันสำคัญที่จะให้คนรับรู้ถึงตัวตนของเรา เราตั้งหน้าตั้งตาเปิดร้านเยอะๆตอนที่คนยังไม่รับรู้ถึงแบรนด์ของเรา กลยุทธ์ของเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆแล้วแต่ว่าตอนนี้เราอยู่ช่วงไหน

 

 

Ryo: I think we have thesame issues as game centers. When you want to buy clothes now, it’s easy to buy them online, right? Under those circumstances, we’re bringing in digital gadgets and increasing the significance ofour actual stores.
Nagisa: I think thereare 2 reasons why people choose to go to game centers. The first is there’s an atmosphere that can only be felt in that place. They can feel,like, the aura of their opponents close up, can feel a change in how a game isgoing. They can get to know their opponents better after a game too…
Ryo: Uhuh
Nagisa: The secondreason is performance. If someone’s good, they want toshow other people, right?
Ryo: I see. They want tobe seen. I think I’ve just got a reallyimportant tip.
Nagisa: By the way, Ryo,even though you’re making things more hi-tech, why do you want to keep realstores?
Ryo: Because it’s important for people to know about us. We actively open up storeswhile brand awareness is low…the strategy changes depending on what stage we’re at.

 

 

มันมีช่วงหนึ่งที่ผมนั่งเช็คFacebookและNico Nico Dougaทุกวันเพื่อตรวจเช็คว่าอะไรกำลังมาแรง – เรียว อิชิคาว่า
There was a time when I’d check Facebookand Nico Nico Douga all the time to find out what was trending – Ryo Ishikawa

 



©Crypton Future Media, INC. www.piapro.net

เรียว:จากนี้ไปมีอะไรที่นากิสะจังอยากลองทำไหม?
นากิสะ :เอ่อ ฉันคิดว่าอยากจะลองทำแบรนด์ของ E-Book ที่เป็น BL (Boy’s Love) ค่ะ
เรียว:ยังไม่มีใครทำเหรอ?
นากิสะ :ณ ตอนนี้ยังนะคะ คนส่วนมาซื้อจากร้านหนังสือ หรือที่ Comiket กันค่ะ
เรียว: ถ้าหากตอนนี้ทุกคนสามารถอ่านงาน BL โดยไม่เสียเงินออนไลน์อยู่แล้ว ผมคิดว่ามันผิดถ้าจะไปทำเงินผ่านตรงนั้น แต่ถ้าไม่ ก็มีส่วนดีในการทำเพื่อให้ได้รายได้
นากิสะ :ฉันไม่คิดว่ามันสามารถอ่านได้ฟรีๆตอนนี้นะคะ และหลายๆคนก็รู้สึกอายเมื่อไปซื้อที่ร้านหนังสือด้วย
เรียว:มันคงจะดีถ้าคนสามารถซื้อผ่านทาง Kindle และ iPhoneด้วย ราคาตอนเริ่มแรกก็ต้องต่ำมากๆ ผู้ใช้งานจะได้เพิ่มขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือต้องให้ผู้คนรู้ว่าคุณมีสิ่งใดมานำเสนอ

 

 

Ryo: What do you want totry next, Nagisa?
Nagisa: Er, I wasthinking it would be cool to make a BL (Boy’s Love) e-book company.
Ryo: There isn’t one already?
Nagisa: Not at the moment.Most people are buying them at book stores or at comiket.
Ryo: Right now ifeveryone can freely see BL works online, I feel like it would be wrong tomonetize that, but if not, then there’s a benefit in doing it.
Nagisa: I don’t think you can see them freely. A lot of peopleare embarrassed buying them at book stores too.
Ryo: It’d be good if they could buy them on Kindle andiPhone too. The prices should be really low at first as well.  That way the number of users will increase. The most important thingis to let people know what you’reoffering.

 

― พูดถึงเรื่องความท้าทายใหม่ๆแล้วผมมีคำถามครับ คิดว่าคนที่นั่งเตรียมการวางแผนอย่างระมัดระวังเสียเปรียบคนที่ได้เข้าไปจับทำอะไรบางอย่างจริงๆ ไหมครับ?
เรียว: แน่นอนครับ การเตรียมตัวนั้นหมายความว่าคนๆนั้นได้ค้นคว้าข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา เพื่อมาใช้เป็นตัวหลักในการวางแผนการต่างๆและประเมินแผนการใช่ไหมล่ะครับ? แต่ถ้าหากพวกเค้าต้องการทำอะไรล้ำสมัย พวกเค้าจะไม่มีทางชนะเลยถ้าหากยังยึดติดกับการคาดการณ์ด้วยข้อมูลล้าหลัง ผมคิดว่าคนที่มีประสบการณ์ทำงานจริงนั้นมีชัยกว่าเพราะได้หยิบจับอะไรใหม่ๆ ได้ทำพลาด และจะช่วยให้พวกเค้าได้เติบโตและขยับไปในทางที่ถูกบ่อยครั้งขึ้น
นากิสะ :ฉันพึ่งนึกอะไรออกค่ะ ฉันมีเพื่อนคนนึง เขาเป็นมือใหม่ในการเล่นเกมต่อสู้ และเร็วๆก็ได้เริ่มลองเล่นเกมต่อสู้เกมใหม่ค่ะ เพราะเขาเป็นมือใหม่เขาไม่สามารถชนะได้เลยซักครั้ง คนส่วนมาจะศึกษาเกมผ่านการดูวีดีโอต่างๆแต่เขากลับไปเกมเซนเตอร์บ่อยมากๆ เขาโยนตัวเองเข้าไปในโลกของเกมนั้นและตอนนี้เค้าก็เป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นค่ะ
เรียว: ว้าว! (หัวเราะ)
― คุณเรียว ผมอยากถามคุณว่าต่อจากนี้คุณคิดจะทำอะไรนอกจากเรื่องท้าทายที่คุณทำไปเร็วๆนี้ครับ? ในสัมภาษณ์กับคุณเอลลี่จาก Chim↑Pom (*2) เมื่อ1ปีที่แล้วในTOKYO BOMB Vol.1 นั้นคุณบอกว่าการเข้าสู่ตลาดใหม่นั้นต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะฉะนั้นแบรนด์หน้ากาก Gonoturn (*3) นั้นเหนือความคาดหมายมาก เพราะผมคิดว่ามันเป็นตลาดใหม่ไม่ใช่เหรอครับ?…
เรียว: เมื่อกี้ที่นากิสะจังพูดถึงแบรนด์ BL e-book คำถามของผมคืออะไรกำลังเกิดขึ้นในตลาดนั้น มีใครทำไปรึยัง สำหรับแบรนด์หน้ากาก Gonoturnนั้น ผมนำเสนอการใช้หน้ากากเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่น ซึ่งยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน
นากิสะ :อ๋อ อย่างนี้นี่เอง

 

 

―: Talking of new challenges,I have a question. Do you think someone who’s stood in the batting box a lot has more of an advantage than someonewho carefully plans and prepares to do something?
Ryo: Definitely.Like, preparation means they’re researching whathappened in the past and basing their forecast on that, right? Even though theywant to do something that’s futuristic, they can’t win basing their predictions on the past, I think. Someone who haslots of hand-on experience is stronger. By experiencing new things all thetime, and sometimes making mistakes, the number of balls they hit keepsincreasing.
Nagisa: I’ve just remembered something. One of my friends who’s a fighting game novice started a new fighting game recently, butbecause he was a beginner he couldn’t win at all… So hekept going to the game center, while other people studied the game by watchingvideos and stuff. He literally threw himself into the game and now he’s Japan’s number 1.
Ryo: Wow! (Ha,ha!)
―: Ryo, I’d like to ask you not about what you want to do next, but aboutchallenges that you’ve started recently. Oneyear ago in the TOKYO BOMB vol.1 interview with Ellie of Chim↑Pom*2, you said that branching out intoa new market was important. So the face mask brand gonoturn*3 was areal surprise. It wasn’t really another market,if you know what I mean.
Ryo: Just before whenNagisa was talking about the BL e-book label, my questions about what’s happening in that market and if there are already people doing thatare connected to that. For gonoturn, I introduced a brand of face masks as afashion item because no one else was doing that.
Nagisa: Ah, I see.

 

 

เรียว: ต่อให้จู่ๆผมพูดว่า “ผมจะทำเครื่องสำอาง” ผมก็ยังต้องคิดว่าผมจะเอาอะไรไปสู้กับชิเซโด้ใช่ไหมครับ ถ้าจะพูดถึงการบุกตลาดที่ยังไม่มีตัวตนก็เหมือนกับตอนที่ผมเริ่มทำ VANQUISH ตอนนั้นก็ยังไม่มีตลาดสำหรับด้านนี้ ซึ่งการริเริ่มทำอะไรที่ยังไม่มีใครเคยทำนั้นผมว่ามันสนุกที่สุด
นากิสะ :แค่ฟังมันยังน่าตื่นเต้นมากเลยค่ะ คุณเรียวได้ไอเดียต่างๆมาจากไหนคะ?
เรียว: ผมคอยคิดว่าผมต้องทำอะไรเพื่อที่จะแข่งขันกับทั่วโลกได้ และที่ผมคิดออกมี2อย่างคือ สิ่งที่เด็กก็สามารถเข้าใจได้ และสิ่งกำแพงภาษาจะไม่ใช่ปัญหา
นากิสะ :อืมมมม สองสิ่งนั้นสำคัญมาก
เรียว: ผมอยู่ต่างประเทศเกือบครึ่งปีเมื่อปีที่แล้ว เมื่อผมกลับถึงโรงแรม ผมจะเช็ค Nico Nico Douga หรือไม่ก็ Facebook ของชาวต่างชาติที่ไหนไม่รู้เพราะสงสัยว่า ณ ตอนนั้น มีอะไรน่าสนใจบ้าง และผมก็พึ่งรู้สึกตัวว่า “โลกนี้เต็มไปด้วยคนถ่ายตัวเองเต็มไปหมด”
นากิสะ :โอ้
เรียว: ผมเชื่อว่านากิสะ จังก็ถ่ายรูปตัวเองตอนแต่งคอสเพลย์แล้วอัพโหลดลงใน Facebook หรือ Twitter ใช่ไหมล่ะครับ?
นากิสะ :ถูกต้องเลยค่ะ (หัวเราะ)
เรียว: แล้วผมก็คิดว่า “นี่แหละ!” คนเราถ่ายรูปตัวเองนี่เป็นวัฒนธรรมใหม่ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ผมเคยได้ยินด้วยว่าการเต้น Odottemita นั้นกำลังมาแรงใน Nico Nico Douga (ผมลองเต้นแล้วด้วย) ผมเลยลองไปดูว่ามันเป็นยังไง แล้วที่ผมเห็นก็คือทุกคนใส่หน้ากาก ถ้าคุณมีตัวเลือกระหว่างหน้ากากธรรมดา กับหน้ากากน่ารักๆ คุณก็ต้องเลือกอันน่ารักอยู่แล้วใช่ไหมครับ? และมันก็เป็นอะไรที่เด็กๆก็สามารถเข้าใจได้แถมไม่ต้องใช้ภาษาอะไรด้วยซ้ำ หลังจากนั้นพอผมตัดสินใจชื่อของแบรนด์ว่าจะชื่อ Gonoturn แล้วผมก็ดันอยู่ต่างประเทศอีกแล้ว แต่ผมก็โทรกลับไปที่ออฟฟิศโดยใช้โทรศัพท์ของโรงแรมและสั่งให้ลูกน้องที่ดูแลเรื่องเครื่องหมายการค้านั้นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบทั่วโลก พวกเรายังไม่ได้เริ่มคิดวางแผนอะไรเลยด้วยซ้ำแต่ผมก็ขอให้เค้าทำก่อน (หัวเราะ)
นากิสะ :เรื่องนี้สุดยอดไปเลยนะคะเนี่ย

 

 

Ryo: Even if I were tosay let’s do cosmetics, I‘d have to think how togo up against Shiseido, right? It’s like when I startedVANQUISH, there was no market there at the time. I love doing something thatno-one else has done.
Nagisa: It’s exciting just hearing about it! Where do you get your ideas from?
Ryo: I kept thinkingwhat do I need to do to compete globally, and the first 2 points I came up withis that it has to be something that children can understand too and thatlanguage doesn’t matter.
Nagisa: Ah, those areimportant points.
Ryo: I was overseas fornearly half of last year, but every day when I got back to the hotel I’d check out Nico Nico Douga or complete strangers’ Facebook pages, wondering what’s interesting at the minute. Then one day I realized the world isfull of people taking pictures of themselves.
Nagisa: Oh.
Ryo: I bet you takepictures of yourself when you’re doing cosplay andupload them to Twitter or Facebook, right, Nagisa?
Nagisa: Yeah, I do. (Ha,ha!)
Ryo: And I thought thisis it. This is a new culture that’s come about through theInternet, people taking photos of themselves. I’d also heard that Odottemita (I tried dancing it) was really big on Nico, so I checked it out and, like,everyone was wearing masks. If you’ve got a choice betweena normal mask and a cute one, you’re gonna choose the cuteone, right? And it’s something children canunderstand and you don’t need language. Lateron, the minute I decided on the brand name, gonoturn, I was overseas again, butI rang the office from my hotel and asked the staff in charge of registeringtrademarks to apply worldwide. We hadn’t even started planninganything at that stage, but I still asked! (Ha, ha!)
Nagisa: That’s amazing.

 

 



©Crypton Future Media, INC. www.piapro.net

เรียว: แล้วผมก็โดนบอกว่า ท่านประธานครับ ถ้าหากจะจดทะเบียนแบบทั้งโลก ต้องใช้เงินเป็น สิบๆล้านเยนเลยนะครับ (หัวเราะ) ลูกน้องผมถามว่าจะจ่ายเงินเยอะขนาดนั้นเพื่อลงทุนกับอะไรที่ยังไม่ได้เริ่มเลยเนี่ยมันจะดีหรือครับ?
นากิสะ :อืม ฉันเข้าใจค่ะ (หัวเราะ)
เรียว: แต่ผมก็บอกไปว่าไม่เป็นไร นี่จะเป็นอะไรที่ขายได้ทั่วโลกเพราะฉะนั้นขอจดไปเลย และผมก็ให้พนักงานยื่นขอจดทะเบียนไป
นากิสะ : เมื่อคุณใส่หน้ากากแล้วถ่ายรูปตัวเอง มันออกมาดูน่ารักมากนะคะ
เรียว: ใช่แล้ว! นั่นคือจุดขายของสินค้านี้ เหมือนกับสติ๊กเกอร์ Purikura ของ Print Club Sticker ที่พอถ่ายแล้วดูน่ารักขึ้นเป็นกอง และนั่นเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นจุดดึงดูดลูกค้าผู้หญิงด้วย และอีกอย่าง พวกเราไม่ได้ทำ PR สำหรับ Gonoturnด้วยซ้ำ อยู่ๆทุกคนก็เริ่มแชร์ภาพกันเอง
นากิสะ : อ้า ฉันก็เคยอัพโหลดภาพตัวเองใส่หน้ากาก Gonoturn เหมือนกัน!
เรียว: เห็นไหมล่ะ! คุณสามารถใช้สิ่งแวดล้อมเช่น Facebook และ Twitterที่มีความนิยมใช้กันมากมายและเข้าคู่กับสินค้าของคุณ ณ ตอนนั้น ถึงแม้ว่าคุณคิดที่จะทำอะไรที่จะทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจและบอกต่อไปสู่เพื่อนๆพวกเค้า พอจะทำจริงๆส่วนใหญ่แล้วมันก็ยาก
นากิสะ : ฉันถึงคิดว่าคุณคงไม่สามารถคิดอะไรออกถ้าหากมัวแต่ดูข้อมูลอะไรเก่าๆ เนื่องจากฉันเป็นนักอ่านไพ่ยิปซีแต่งคอสเพลย์คนเดียวในโลก ฉันจะทำให้ทุกคนรู้จักถึงโลกของคอสเพลย์และโอตาคุค่ะ!

 

 

Ryo: Then I got toldthat applying for all the territories worldwide would cost tens of millions ofyen (ha, ha!) and do I want to invest that much in something that hasn’t even started yet?
Nagisa: Ah, I canunderstand that.
Ryo: But I told them itwas fine and that this is something that will definitely sell globally, so goahead and apply. And I made them apply.
Nagisa: Well, you know,when you take photos of yourself wearing a face mask on your phone, it doescome out looking really cute.
Ryo: Right! That’s the key to selling this. It’s like purikura, the print club stickers, it makes you look evencuter than usual, and that’s really important tomake sure the product will be accepted by girls. What’s more, we haven’t done any PR forgonoturn, you know. Everyone’s just started sharingtheir images.
Nagisa: Ah, I’ve uploaded a photo of me using gonoturn too…!
Ryo: You see! You canreally use this new environment where Facebook and Twitter is so widespread andmatch the brand to the times. Even if you think of something you want to makethat will get people excited and tell their friends, it’s usually difficult to actually do it.
Nagisa: That’s why I think you can’t come up with thingsjust looking at past examples. As the only cosplay tarot reader in the world, I’m going to let everyone know about cosplay and otaku culture!

 

 

※1:กลุ่มอาร์ตติสที่มารวมตัวกันทั้งหมด 6 คนในปี 2005 “Muse”ของ「Chim↑Pom」
※2:แบรนด์หน้ากากที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2012 คอนเซ็ปต์คือ「Cute is Justice!!」

 

*1 The ‘muse’ of the 6-person artist group Chim↑Pom, formed in Tokyo in 2005
*2 A face mask brand established in 2012 with the concept Cute isJustice!!

 

 

General Corporation
Katsushika-ku Tourist agency
6-22-19 Shibamata, Katsushika-ku

Styling:

 

 

 

นากิสะ
นากิสะ มีประสบการณ์การแต่งคอสเพลย์ 15 ปี และการอ่านไพ่ยิปซี 20 ปี
เธอได้ปรากฎตัวตามอีเวนท์หลายแห่งเพื่ออ่านไพ่ จวบจนถึงตอนนี้นากิสะ ก็ได้อ่านไพ่ทำนายดวงชะตาให้คนเกิน 5000 คนแล้ว
เธอมีความสามารถและความชอบส่วนตัวอื่นๆครอบคลุมหลายสาขา เช่น เล่นเกม ดูอนิเมชั่น แต่งคอสเพลย์ ทำนายไพ่ยิปซี เล่นไพ่นกกระจอก และการทำไร่ เป็นต้น

 

 

Nagisa
Nagisa has 15 years of cosplay and 20 years of tarot reading experience.
She appears at many events and gives readings. Up to now she’s read for over 5000 people.
She also has a variety of other skills and interests including games, anime, mahjong, and farming.